8 เหตุผลในการศึกษาที่สิงคโปร์

8 เหตุผลว่าทำไมถึงต้องศึกษาที่สิงคโปร์

เหตุผลที่ 1. เป็นศูนย์กลางการศึกษาชั้นนำ

สิงคโปร์พัฒนาระบบการศึกษามาจากระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ จนได้กลายมาเป็นระบบการศึกษาของตนเองโดยเน้นที่คุณภาพจากการใช้ความแตกต่างในความสามารถทางวิชาการของแต่ละบุคคล มาเปลี่ยนแปลงหรือสร้างระบบการศึกษาที่มีทางเลือกอันหลากหลายมากขึ้น

นโยบายการสื่อสารแบบสองภาษาของสิงคโปร์ทั้งภาษาอังกฤษกับภาษาท้องถิ่น เช่น กับภาษามาเลย์ หรือกับภาษาจีน หรือกับภาษาทมิฬ ในระบบการศึกษาของสิงคโปร์นับเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดความสำเร็จหรือการบรรลุในการทำงานร่วมกันทางสังคม และสนับสนุนการเติบโตในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ด้วยระบบการศึกษาที่มีหลักสูตรอันกว้างขวางเช่นนี้ ทำให้แต่ละบุคคลสามารถรับทักษะและความรู้ความสามารถที่เกี่ยวข้องสอดคล้องกัน เพื่อทำให้เกิดความอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจสูง และยังทำให้มีความพร้อมสำหรับสิ่งใหม่ๆที่จะตามมาในอนาคต

ในรายงานเกี่ยวกับศักยภาพในการแข่งขันระดับโลกพบว่าระบบการศึกษาของสิงคโปร์จัดอยู่ในอันดับที่ดีที่สุดในแง่ของความสามารถในการตอบสนองต่อการแข่งขันเชิงเศรษฐกิจ (Global Competitiveness Report 2011-2012)

เหตุผลที่ 2. สถาบันอุดมศึกษาระดับโลก 

มหาวิทยาลัยในสิงคโปร์ทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งชาติ (NTU), มหาวิทยาลัยการจัดการแห่งสิงคโปร์ (SMU), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและการออกแบบแห่งสิงคโปร์ (SUTD) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสิงคโปร์ (SIT)

มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของเอเชีย จากการจัดอันดับสถาบันการศึกษาระดับสูงทั่วโลกล่าสุดโดย Quacquarelli Symonds (QS) และสำหรับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (NTU) ก็ยังคงอันดับเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างมั่นคง 

ซึ่งรวมไปถึงสถาบันเฉพาะทางต่างๆในสิงคโปร์; โรงเรียนธุรกิจที่มีชื่อเสียง INSEAD, LASALLE College of the Arts และ Nanyang Academy of Fine Arts (NAFA) และสถาบันเทคโนโลยี Digipen ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การศึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลก

มี 2 โรงเรียนประถมศึกษาระดับโลก, โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น และโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย

การศึกษาของสิงคโปร์มีชื่อเสียงในระดับโรงเรียนมัธยมศึกษาสายหลัก ด้วยการใช้การศึกษาแบบเคมบริดจ์อังกฤษในแบบดั้งเดิมของ GCE ระดับ O และสถาบันการศึกษาเอกชนที่ใช้การศึกษาแบบลอนดอน IGCSE นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง เช่นโรงเรียนนานาชาติแคนาดา (CIS), โรงเรียนนานาชาติ Nexus และอีกมากมายที่เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรีนานาชาติตั้งแต่ปีที่ 1 ถึงปีที่ 12

สำหรับนักเรียนที่มีความสามารถทางด้านดนตรี สามารถค้นหาข้อมูลของ School Of The Arts (SOTA) ซึ่งเปิดสอนหลักสูตร International Baccalaureate (IB) เกรด 7 ถึง เกรด 12 ของการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลายในโปรแกรมศิลปะต่างๆที่หลากหลายเหล่านี้

ในสหราชอาณาจักร Pearson เป็นองค์กรการตัดสินหรือการรับรองที่ใหญ่ที่สุด ได้นำเสนอคุณวุฒิทางการศึกษาด้านสายวิชาการ และสายอาชีพที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก และมีมาตรฐานการวัดผล  พร้อมด้วยความเป็นเลิศทางการศึกษาที่หยั่งรากลึกภายใต้ Pearson อย่างเช่น Edexcel, BTEC, LCCI และ EDI

Edexcel มีคุณวุฒิทางการศึกษาระดับทั่วไปและระดับโลก ซึ่งรวมถึง GCSEs, A levels และ International GCSEs รวมถึงคุณวุฒิสายวิชาชีพบางประเภท และรวมทั้งทักษะทาง NVQ และทักษะในการทำงานต่างๆ

คุณสามารถเยี่ยมชมโรงเรียนเซนต์ฟรานซิสเมธอดิสต์ (SFMS) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรมัธยมศึกษาแบบเคมบริดจ์, ลอนดอน IGCSE, ระดับ A และหลักสูตรของ Ausmat

คุณสามารถเยี่ยมชม Insworld Institute สำหรับ London IGCSE และ A level, BTEC และ EITP สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

เหตุผลที่ 3. อนาคตในการงานและอาชีพ

ระบบการศึกษาของสิงคโปร์เตรียมความพร้อมให้กับแต่ละบุคคลเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานภายหลังจากที่ได้จบการศึกษาแล้ว โดยเตรียมความพร้อมให้พวกเขามีความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้มันยังเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งโอกาสทางการศึกษาจะไม่หยุดนิ่งหลังจากที่ได้สำเร็จการศึกษาแล้ว แต่ละบุคคลในตลาดแรงงานจะยังได้รับโอกาสในการเพิ่มความเชี่ยวชาญและยกระดับทักษะต่างๆ เพื่อยังคงศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก

เหตุผลที่ 4. เศรษฐกิจที่มั่นคงและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

The World Competitiveness Yearbook ได้จัดอันดับประเทศสิงคโปร์ว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับสามของโลก และเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในเอเชียในปี 2014 การเติบโตของการส่งออกที่แข็งแกร่ง ประสิทธิภาพทางธุรกิจ และนวัตกรรมเป็นสิ่งที่ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นปัจจัยที่เอื้อที่ทำให้สิงคโปร์ได้อยู่ในตำแหน่งนี้  สิงคโปร์ได้รับการยอมรับทั่วโลกและมักถูกอ้างถึงว่าเป็นตัวอย่างสำหรับความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและบริหารงาน สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมั่นคง พร้อมด้วยความมั่นคงทางการเมืองในการดำเนินธุรกิจต่างๆ

เหตุผลที่ 5. โครงสร้างพื้นฐานและความสามารถในการเข้าถึง

ประเทศสิงคโปร์สามารถเข้าถึงได้โดยง่ายทั้งการเดินทางทางภาคพื้นดินและทางอากาศ ในปัจจุบันสนามบินชางงีให้บริการสายการบินมากกว่า 110 แห่ง ซึ่งบินไปยังจุดหมายปลายทางมากกว่า 240 เมือง ใน 60 ประเทศ รวมทั้งดินแดนต่างๆทั่วโลก สายการบินแห่งชาติสิงคโปร์ได้รับรางวัลสายการบินยอดนิยมระดับโลกถึง 12 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2542 นอกจากนี้นักท่องเที่ยวและนักเดินทางยังใช้สนามบินชางงีเพื่อเป็นจุดแวะพักแล้วเดินค่อยเดินทางต่อไปยังประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเดินทางภายในประเทศสิงคโปร์ก็เป็นสิ่งที่ง่ายดายด้วยระบบเครือข่ายการขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ อย่างเช่น ระบบรถไฟฟ้า, ระบบรถเมล์, ระบบรถแท็กซี่

ในการเชื่อมต่อทางด้านโทรคมนาคม สิงคโปร์มีโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายแบบระบบบรอดแบนด์ทั่วประเทศที่เพียงพอสำหรับทุกความต้องในการดำเนินธุรกิจ สิ่งนี้ทำให้สิงคโปร์เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการสื่อสารโทรคมนาคมที่มีศักยภาพในการแข่งขันมากที่สุดในแถบเอเชียแปซิฟิก

เหตุผลที่ 6. เมืองนานาชาติ

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมโดยมีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย (จีน, มาเลย์, อินเดีย และยูเรเซีย) อาศัยอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน มีประมาณ 1.46 ล้านคนเป็นชาวต่างชาติมืออาชีพที่เข้ามาทำงานและอยู่อาศัยในสิงคโปร์ แต่ละชุมชนของสิงคโปร์มีโลกทัศน์และทิวทัศน์ที่แตกต่างกันของชีวิต ทั้งในด้านวัฒนธรรม, ศาสนา, อาหาร และภาษา ความเป็นเอกลักษณ์แบบสากลของสิงคโปร์จะแตกต่างจากเมืองอื่นๆทั่วโลก อันเนื่องด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเรา และเมืองเล็กๆที่เป็นเอกลักษณ์ของความหลากหลายของชาวเอเชีย 

เหตุผลที่ 7. ไลฟ์สไตล์ที่มีชีวิตชีวา

สิงคโปร์ได้ใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบในการแข่งขันในด้านความน่าอยู่ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อรักษาอนาคตที่มั่นคงในฐานะเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในเอเชีย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประเทศสิงคโปร์ได้กลายเป็นบ้านที่น่าอยู่น่าอาศัย ที่ได้มอบคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด และวิถีชีวิตที่มีชีวิตชีวาในแบบเอเชียให้กับทั้งประชาชน และคนที่มีพรสวรรค์ระดับโลก สิงคโปร์อาจจะถูกมองว่าเป็นจุดเล็กๆบนแผนที่โลก แต่เกาะนี้เป็นมากกว่านั้น ด้วยกีฬาที่มีคุณภาพอันหลากหลาย, สันทนาการ, ศิลปะ และประวัติศาสตร์ ความบันเทิง, การสื่อสาร, การค้าปลีก และอาหารหลากหลาย ซึ่งทำให้สิงคโปร์เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง

เหตุผลที่ 8. มาตรฐานการครองชีพที่สูง

จากการสำรวจคุณภาพชีวิตของ Mercer 2011 (การสำรวจโดยที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ ECA International ในปี 2010) สิงคโปร์ได้ถูกจัดอันดับคุณภาพชีวิตสูงสุดสำหรับประเทศในแถบเอเชีย เมื่อเปรียบเทียบกับนานาชาติอีก 254 แห่ง ชาวต่างชาติในแถบเอเชียได้จัดอันดับสิงคโปร์ให้เป็นเมืองที่พวกเขาต้องการพักอาศัยมากที่สุดแห่งหนึ่ง 

คุณภาพชีวิตที่ดี, การเข้าถึงภูมิภาคที่ง่าย, อัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำ, เสถียรภาพทางการเมืองดี, คุณภาพและมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานที่สูง และการดูแลสุขภาพที่ดี 

รวมถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เป็นสากล ทั้งหมดนี้ทำให้มีมาตรฐานการครองชีพสูง